วัดกวิศรารามและลพบุรี
วัดกวิศราราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี อันดับหนึ่ง ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมถนนเพทราชา ทางด้านทิศใต้ของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ในเขตตำบลท่าหิน อำเภอเมือง ลพบุรี จังหวัดลพบุรี เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งมีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของลพบุรี
ตามตำนานพระอารามหลวงนั้น บอกประวัติไว้สั้นๆ แต่เพียงว่า วัดนี้เดิมชื่อ "วัดขวิด" สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงสร้าง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงสถาปนาใหม่ พระราชทานนามว่า วัดกรวิศยาราม และรัชกาลที่ ๕ ทรงปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมอีก
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมืองลพบุรีโดยสังเขป
ลพบุรี เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมอันอุดมสมบูรณ์ ริมฝั่งแม่น้ำลพบุรี ที่ตั้งของตัวเมืองนั้นเป็นที่ดอน แต่พื้นที่โดยรอบเป็นท้องทุ่งกว้างใหญ่เพาะปลูกได้ดี สภาพของเมืองหรือการเป็นชุมชนจึงมีติดต่อกันเรื่อยมา ไม่เคยเป็นเมืองร้าง จัดว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและศาสนา มาตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งปัจจุบัน
หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีหลายยุคหลายสมัย บอกให้ทราบว่ามีผู้คนตั้งถิ่นฐานอยู่ที่นี่ตั้งแต่ราว ๒,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว คือตั้งแต่ครั้งยังเรียกกันว่าเป็นสมัยหินและดินแดนแห่งนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าลพบุรี ต่อมาก็มีชนชาติต่างๆ ผลัดเปลี่ยนกันเข้าครอบครอง เป็นอาณาจักรใหญ่โต เป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญรุ่งเรือง ปรากฏว่าร่องรอยของอารยธรรมในครั้งกระโน้นก็คือ โบราณสถานต่างๆ เหลือให้เราเห็นในปัจจุบัน จากหลักฐานทั้งทางประวัติศาสตร์ โบราณวัตถุและโบราณสถานดังกล่าว นักวิชาการบอกว่าในอดีตมีชนชาวละว้า ขอม และมอญ เคยครอบครองดินแดนนี้มาก่อน
แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ครั้นถึงแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมืองลพบุรีกลับมีบทบาทยิ่งใหญีกครั้งหนึ่ง และยิ่งใหญ่ขนาดเป็นราชธานีที่สอง หรือเมืองหลวงแห่งที่สองของไทยอย่างแท้จริง
เมื่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เสด็จเสวยราชสมบัติ ณ กรุงศรีอยุธยาได้ ๑๑ ปีแล้ว ได้มีการติดต่อกับต่างประเทศหลายชาติ ทรงเกรงภัยจากต่างประเทศที่จะมีมาทางทะเล เนื่องจากกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ริมน้ำมากเกินไป ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองลพบุรี เป็นชัยภูมิอันดี มีท้องทุ่งและป่าติดต่อกัน สมควรจะเป็นราชธานี มีพระราชนิเวศน์อีกแห่งหนึ่ง จึงได้ทรงสถาปนาเป็นพระนครขึ้นอีกแห่งหนึ่ง เมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๘ วัดขวิดหรือวัดกวิศราราม ก็คงจะสร้างขึ้นในครั้งนั้นนั่นเอง